IMP่่่อะอิ้มน้อยน้อย •◄นวพรพรรณ►•  (240 views)

What is IMP่่่อะอิ้มน้อยน้อย doing now?

คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆจังเรยยย
More than 1 month ago  ·  Comment »

Location

Bosnia and Herzegovina

Birthday

October 10
 
Advertisement

Info

http://aumimpza.hi5.com - Send it to your friends

Birthday

October 10

Location

Bosnia and Herzegovina

Languages

Korean, Thai, Lao
 

About Me

รักยุนโฮ หลงดงแฮ แม่ยกยุนแจ !!

Interests



TVXQ



U-Know Yunho



I LOVE U Na Jub Jub -3-



---------------------------------



เกาหลีอยู่ในใจ ไทยอยู่ในสายเลือด !!

 

Favorite Movies


click to comment

พระเอกหล่อ > < !
 

Favorite Quote



โดนสุดสุด !!!

 

hi5 Games

Play hi5 Games

IMP่่่อะอิ้มน้อยน้อย hasn't played any games recently.

 

Journal

View All 5 Entries    Add Comment

บันทึกลับของแอนน์ แฟรงค์ (อังกฤษ: The Diary of a Young Girl) เป็นหนังสือที่สร้างขึ้นจากสมุดบันทึกประจำวันของอันเนอ ฟรังค์ ขณะที่เธอและครอบครัวต้องหลบซ่อนตัวอยู่เป็นเวลาเกือบสองปี เพื่อหลบหนีการล่าชาวยิวในเนเธอร์แลนด์ขณะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของนาซีเยอรมนีระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ครอบครัวของอันเนอ ฟรังค์ ถูกจับตัวได้ในปี ค.ศ. 1944 และส่งไปยังค่ายกักกันชาวยิว อันเนอผู้เขียนเสียชีวิตด้วยโรคไข้รากสาดใหญ่ในค่ายกักกันเบลเซน ต่อมาเมื่อสิ้นสุดสงคราม ออตโต ฟรังค์ พ่อของเธอ ซึ่งเป็นคนเดียวในครอบครัวที่รอดชีวิต ได้นำบันทึกนี้ออกเผยแพร่ต่อสาธารณะ
หนังสือได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์ Contact Publishing ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ในปี ค.ศ. 1947 ใช้ชื่อเรื่องในภาษาดัตช์ว่า Het Achterhuis: Dagboekbrieven van 12 Juni 1942 – 1 Augustus 1944 (ห้องลับ : บันทึกประจำวันตั้งแต่ 12 มิถุนายน 1942 - 1 สิงหาคม 1944) หนังสือเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์โดยกว้างขวางและเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วหลังจากฉบับแปลภาษาอังกฤษออกจำหน่ายในปี ค.ศ. 1952 ใช้ชื่อเรื่องว่า Anne Frank: The Diary of a Young Girl พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Doubleday & Company ในสหรัฐฯ และโดยสำนักพิมพ์ Vallentine Mitchell ในอังกฤษ ปัจจุบันหนังสือเล่มนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในหนังสือยอดเยี่ยมแห่งศตวรรษที่ 20







บันทึกลับของ แอนน์ แฟรงค์
ANNE FRANK the Diary of the young girl

เขียนโดย Anneliese Frank ฉบับภาษาไทย แปลโดย สังวร ไกรฤกษ์ (สนพ.ผีเสื้อ,2542)

เรื่องราวของเด็กหญิง แอนน์ กับของขวัญวันเกิดอายุครบ 13 ในปี 1942 นั่นคือสมุดบันทึกปกผ้าลายสก็อตต์ ซึ่งแอนน์ได้ใช้มันเขียนบันทึกและบันทึกของแอนน์ได้กลายเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างหนึ่งของโลก...

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ออตโต แฟรงค์ พ่อของแอนน์เล็งเห็นว่าชาวยิวจะต้องเดือดร้อนเพราะฮิตเลอร์ เขาจึงอพยพครอบครัวไปอยู่ในเนเธอแลนด์และประกอบธุรกิจ ไม่นานนักมากอท พี่สาวคนโตของแอนน์ก็ถูกเรียกตัว ทั้งหมดจึงต้องอพยพครอบครัวไปอยู่ใน “ที่ซ่อนลับ” ซึ่งเป็นส่วนบนของสำนักงานที่ออตโต แฟรงค์ทำงานอยู่ โดยมีผู้ช่วยเหลือคือ คุณกลูเคอร์ คุณไคล์แมน เบ๊ปและเมี้ยบ ซึ่งในที่ซ่อน ครอบครัวของแอนนท์ มี 4 คนคือ พ่อ,แม่ พี่สาว และแอนน์ กับอีกครอบครัวหนึ่งคือ ครอบครัววานดาน มีนายและนางวานดานพร้อมด้วยลูกชายคือปีเตอร์ ไม่นานที่ซ่อนลับก็มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่งคือคุณหมอดุสเซิล ทั้ง 8 คนอาศัยอยู่ด้วยความ “เงียบ” มีอาหารหลักคือถั่ว มันฝรั่ง อาหารกระป๋อง พวกเขายังมีบัตรปันส่วนแบ่งอาหารเพื่อแลกของ และมีเงินเพื่อซื้อของในตลาดมืด

ช่วงสงครามเป็นช่วงที่ของกินอัตคัดและทุกอย่างเป็นเรื่องลำบากสำหรับชาวยิวที่ต้องหลบซ่อนเพื่อหลีกหนีการจับกุมของทหารเยอรมนีที่จะส่งพวกเขาไปค่ายกักกันและเข้าห้องรมแก๊สให้ตายในที่สุด

แอนน์เขียนบันทึกในขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ในที่ซ่อนลับนั้น 2 ปีก่อนที่จะถูกจับได้และส่งไปค่ายกักกันในต่อมาและระหว่างสองปีนั้นเรื่องที่แอนน์เขียนในสมุดบันทึกเป็นเรื่องของการใช้ชีวิต ประจำวันของสองครอบครัวซึ่งจะมีตั้งแต่เรื่องของนางวานดานช่างพูด ปีเตอร์ผู้เงียบขรึมขี้อายและหมอดุสเซิลผู้เห็นแก่ตัว แอนน์ไม่ชอบพวกผู้ใหญ่ ไม่ชอบแม่แต่แอนน์เทิดทูนพ่อ เพราะเขาเป็นฮีโร่ของเธอ

ในที่ซ่อนลับ พวกเขาทั้งหมดได้เรียนหนังสือผ่านทางไปรษณีย์โดยใช้ชื่อเบ๊ปหรือเมี้ยปสำหรับการสมัครเรียน พวกเขาเรียนวิชาพีชคณิต ชวเลขและภาษาต่างประเทศเป็นหลัก แอนน์ชอบเรื่องราวเกี่ยวกับราชวงศ์ พวกเขาได้รับข่าวสาร “ข้างนอก” จากพวกที่คอยช่วยเหลืออยู่และจากวิทยุ จึงได้รู้ถึงความเคลื่อนไหวของสงครามตลอดเวลา อีกทั้งในบางครั้งก็มีเครื่องบินมาทิ้งระเบิดอยู่ใกล้ๆ ให้ได้ยินเสมอ

สองปีที่อยู่ในที่ซ่อนลับเหมือนติดคุก พวกเขาไม่สามารถที่จะออกกำลังกายกลางแจ้งได้ ส่งเสียงดังไม่ได้ เปิดม่านไม่ได้ ใช้ห้องน้ำเป็นเวลา และต้องทำตามกฎระเบียบของที่ซ่อนลับ บางครั้งแอนน์ก็โทษโชคชะตาที่ทำให้เธอต้องมาอยู่ในที่ซ่อนลับแต่บางทีเธอก็ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เธอมีโอกาสได้มีชีวิตอยู่ “แม้เพียงแค่ 1 ชั่วโมงแต่มันก็คือชีวิต”

บันทึกวันสุดท้ายของแอนน์คือ 1 สิงหาคม 1944 ก่อนที่จะถูกจับเพียง 3 วัน เมี้ยปเป็นคนเก็บสมุดบันทึกของแอนน์ซ่อนไว้และมอบให้ ออตโต แฟรงค์ พ่อของแอนน์ ซึ่งเป็นคนเดียวในจำนวน 8 คนจากที่ซ่อนลับที่รอดชีวิตหลังสงคราม

คนยิวเป็นคนเก่ง ขยันและ “เอาพรรคเอาพวก” จนคนอื่นๆ มองว่าพวกเขาเห็นแก่ตัว แต่เมื่อย้อนรอยไปถึงประวัติศาสตร์ชาติยิวแล้วก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาต้องต่อสู้กับความลำบากจากผืนแผ่นดิน จากภัยธรรมชาติจนรวมเป็นชาติได้
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือดีอีกเล่มหนึ่งที่แปลมาแล้วหลายภาษาและพิมพ์มาแล้วหลายล้านเล่มทั่วโลก สำหรับคนที่พอรู้เรื่องสงครามมาบ้าง รู้ว่าฮิตเลอร์ทำอะไรกับยิวแล้วจะเข้าใจและรู้สึกเห็นใจคนยิว บันทึกของแอนน์เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รู้เกี่ยวกับคนยิวอีกด้านหนึ่งจากความรู้สึกของเด็กหญิงอายุ 13 ที่มีชีวิตอยู่ระหว่างสงคราม












แอนน์ แฟรงก์ เขียนเรื่องราวต่างๆ ที่ได้เจอลงในสมุดบันทึก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว ที่ต้องทนทุกข์จากนโยบายกดขี่ชาวยิวของทหารเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง รวมถึงเรื่องราวชีวิตในที่ซ่อนลับจนกระทั่งถูกจับตัวได้ แม้ชีวิตวัยรุ่นของแอนน์ จะเต็มไปด้วยความหดหู่ แต่แอนน์ก็ไม่เคยสิ้นหวัง เธอยังคงใช้ชีวิตอยู่ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง


วันที่ ๑๒ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๔๒ เด็กหญิงแอนน์ แฟรงค์ หรือ อันเนอร์ ฟรังค์ หรือชื่อเต็มว่า อันเนอลีเซอ ฟรังค์ (Anneliese Frank) ได้รับของขวัญวันเกิดอายุ ๑๓ ปี ของชิ้นหนึ่งในจำนวนหลายชิ้นที่ถูกใจเธอมากคือ สมุดบันทึกปกผ้าตาสก็อตสีแดงสลับขาว---ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า หลังจากนั้นอีกเพียงไม่นาน สมุดบันทึกเล่มนี้จะกลายเป็นสมบัติล้ำค่ายิ่งชิ้นหนึ่งของโลก
วันที่ ๑๒ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๙๙ ถ้าแอนน์ แฟรงค์ ยังมีชีวิตยืนยาวต่อมา เธอก็จะมีอายุครบ ๗๐ ปี และหากเธอยึดมั่นปณิธานที่จะเป็นนักเขียน ชาวโลกคงมีโอกาสได้อ่านหนังสือดีๆ ของเธอมากมาย ทว่าน่าเสียดาย สงครามโลกครั้งที่สองทำให้เธอจบชีวิตลงขณะอายุเพียง ๑๕ ปี กระนั้นก็ตามผลงานในวัยเยาว์ก็ได้กลายเป็นวรรณกรรมลือเลื่องมิใช่ด้วยเหตุว่า เป็นผลงานของเด็กหญิงฅนหนึ่งที่ต้องเสียชีวิตในสงคราม แต่ด้วยความสามารถและอัจฉริยภาพด้านการประพันธ์โดยแท้ ความจริงข้อนี้เป็นที่ประจักษ์และยอมรับกันมาเนิ่นนานกว่าครึ่งศตวรรษนับตั้งแต่บันทึกส่วนหนึ่งได้เปิดเผยต่อสาธารณะ แม้สิ่งที่เผยแพร่นั้นจะเก็บงำข้อความสำคัญส่วนใหญ่ไว้ สถิติการพิมพ์เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ยืนยันว่า มีผู้ประทับใจหนังสือเรื่องนี้มากเพียงใด ดังที่ปรากฏการพิมพ์ฉบับตัดทอนภาษาอังกฤษ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จำนวนมากกว่า ๒๕ ล้านเล่มไม่นับการแปลเป็นภาษาต่างๆมากกว่า ๕๕ ภาษา

นอกจากแอนน์ แฟรงค์ จะเป็นตัวแทนของสิ่งนานัปการแล้ว เธอยังเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของหนังสือ สมุดบันทึกที่เธอเก็บไว้ช่วงปี ค.ศ. ๑๙๔๒-๑๙๔๔ ณ ที่ซ่อนลับชั้นบนตึกโรงงานในกรุงอัมสเตอร์ดัมซึ่งเป็นสถานที่หลบซ่อนตัวของเธอและครอบครัวจนกระทั่งเหล่านาซีมาพบในที่สุด บันทึกนี้ทำให้แอนน์ แฟรงค์ กลายเป็นบุคคลน่าจดจำที่สุดฅนหนึ่งจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ หากไม่นับฮิตเลอร์ซึ่งประกาศว่าเชื่อในหนังสือเช่นกัน จะว่าไปแล้วฮอโลคอสต์นี้เริ่มต้นด้วยหนังสือและจบลงด้วยหนังสืออีกเล่มหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้ว บันทึกของแอนน์ดำรงอยู่..แอนน์ แฟรงค์มีชัยเหนือฮอโลคอสต์ เหนือความเป็นยิว ความเป็นเด็กสาว และแม้แต่ความดีงาม เธอได้กลายเป็นบุคคลผู้เป็นที่สักการะในโลกสมัยใหม่ ในโลกที่จิตใจผู้คนหมองจากการทำลายล้างด้วยเครื่องจักร แอนน์แฟรงค์ยืนยันสิทธิในการมีชีวิต ในการถาม และหวังถึงอนาคตของมนุษยชาติ
---เมื่อนาซีบุกฮอลแลนด์ ครอบครัวแฟรงค์กลายเป็นเหยื่อของเอกภพที่ถูกจัดการให้คับแคบลง เช่นเดียวกับครอบครัวชาวยิวอื่นๆ เริ่มด้วยกฎห้ามชาวยิวทำสัญญาธุรกรรม ตามด้วยการเผาหนังสือฅนยิว กฎที่เรียกว่าอาร์ยันส่งผลต่อการสมรสข้ามเชื้อชาติ ชาวยิวถูกห้ามเข้าสวนสาธารณะ ชายหาด โรงหนัง และห้องสมุด ถึงปี ค.ศ. ๑๙๔๒ ชาวยิวต้องเย็บดาวสีเหลืองติดเสื้อผ้าตามด้วยการไม่ให้ใช้บริการโทรศัพท์และจักรยานสุดท้ายเมื่อถูกกักอยู่ในบ้านพวกเขาจึง "ปลาสนาการไป"
---แอนน์พบอิสรภาพในบันทึกที่เธอได้รับในวันเกิดครบรอบ ๑๓ ปี เธอเขียนไว้ต้นเล่มว่า "หวังว่าเธอจะเป็นพลังยิ่งใหญ่ในการปลอบประโลมใจฉัน"… หนึ่งปีก่อนแอนน์จะเสียชีวิตจากโรคไทฟอยด์ที่ค่ายกักกันแบรกเกิ้น-เบลเซิ่นในเยอรมนี เธอเขียนว่า "ฉันอยากเป็นประโยชน์ และทำให้ผู้ฅนรอบตัวที่ยังไม่รู้จักฉันดีได้เพลิดเพลิน ฉันต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไปแม้หลังความตายของฉัน!"
---แอนน์ แฟรงค์ แสดงต่อโลกในสมุดบันทึกนี้ว่าเธอเป็นฅนดีเพียงไร และแสดงว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องเข้าอกเข้าใจยอมรับความเป็นมนุษย์ปุถุชนของตัวเอง แม้กระทั่งในสถานการณ์เลวร้าย บันทึกนี้บอกว่าเรามีแต่เรื่องเล่าของเรา และควรค่าที่จะแลกชีวิตนี้ได้ เพื่อให้เรื่องนั้นดำเนินไปถูกต้องดีงามนับเป็นเรื่องน่าสนใจที่สถานที่ซ่อนตัวของแอนน์ถูกปกปิดด้วยตู้หนังสือซึ่งหมุนเปิดได้แอนน์ถูกปกป้องโดยหนังสืออยู่ชั่วระยะหนึ่งแต่แล้วนาซีผลักหนังสือออกไปเพื่อให้ได้ตัวเธอ เขาฆ่าหนังสือก่อน แล้วฆ่าเด็กๆ แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือแอนน์หนีรอดไปแล้ว





**ไม่มีคนเขียนไดอะรีคนไหนโด่งดังเทียบเท่า “แอนน์ แฟรงก์” หรือ “อานเนอ ฟรังก์” เด็กหญิงชาวยิวในยุคสงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่บันทึกเรื่องราวมุมมอง และความรู้สึกของตัวเธอเอาไว้ ขณะที่หลบซ่อนตัวอยู่ในห้องลับ ย้อนไปเมื่อปี๑๙๔๔ แอนน์ แฟรงก์ ถูกตำรวจเกสตาโปของเยอรมันนาซีจับตัวได้พร้อมกับคนอื่นๆในครอบครัว แฟรงก์ทั้งหมดถูกส่งไปยังค่ายกักกันนาซีที่ยุโรปตะวันออกเกือบทุกคนไม่มีชีวิตรอดจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์รวมทั้งแอนน์ด้วยมีเพียงไดอะรีที่เธอเริ่มเขียนตั้งแต่วันเกิดอายุ ๑๓ เมื่อปี ๑๙๔๒ รอดมาจากภัยสงครามก่อน
***-อันนาลิส มารี ฟรัก์ หรือ แอนน์ แฟรงก์ เกิดที่แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เมื่อ ๑๒ มิ.ย. ๑๙๒๙ เธอเป็นลูกคนที่ ๒ ของออตโต ฟรังก์ กับเอดิท ฟรังก์-ฮอลแลนเดอร์ ๒ ตระกูลเชื้อสายยิวที่มีรกรากอยู่ในเยอรมนีมาแล้วหลายศตวรรษ
ครอบครัวแฟรงก์ต้องอพยพไปยังอัมสเตอร์ดัมเมื่อนาซีขึ้นมาเรืองอำนาจในปี ๑๙๓๓ โดยออตโต ประสบความสำเร็จในธุรกิจค้าเครื่องเทศและแยม แอนน์เข้าเรียนในโรงเรียนธรรมดาร่วมกับเด็กชาวดัตช์ทั่วไป กระทั่งนาซีบุกเข้ามาถึงอัมสเตอร์ดัมทำให้เธอต้องย้ายไปเรียนโรงเรียนเฉพาะเด็กยิวออตโตเริ่มตระเตรียมช่องทางหนีทีไล่ โดยสร้างห้องลับในโกดังเก็บของของโรงงานของเขาเองในอัมสเตอร์ดัม โดยมีเพื่อนบ้านชาวคริสเตียนผู้ใจบุญคอยส่งข้าวส่งน้ำ
----แอนน์เริ่มเขียนไดอะรีในวันเกิดอายุ ๑๓ ปีของเธอ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตแต่ละวันๆ รวมทั้งความสัมพันธ์กับครอบครัวและเพื่อนๆ ทั้งบันทึกยังสังเกตการณ์ความเป็นไปรอบๆ ตัวที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ตลอดระยะเวลา ๒ ปีที่ครอบครัวแฟรงก์ต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องลับอันคับแคบ แอนน์ก็ยังคงเขียนบันทึกลับซึ่งเต็มไปด้วยอารมณ์สะเทือนใจ อารมณ์ขันและการมองโลกอย่างทะลุปรุโปร่งเกินเด็ก
---ในปี ๑๙๔๔ ข่าวคราวการยกพลขึ้นบกของทหารสัมพันธมิตรในนอร์มองดี ทำให้แอนน์เริ่มมีความหวังว่าฮอลแลนด์จะได้รับการปลดปล่อยในเวลาไม่ช้า และชาวยิวที่อยู่กันอย่างเบียดเสียดในห้องเล็กๆ แห่งนี้จะได้กดชักโครกกำจัดของเสียกันสักครั้ง พร้อมทั้งมีชีวิตที่เป็นอิสระ ทว่า...ความฝันของเธอไม่จริง
---วันที่ ๑ ส.ค. ๑๙๔๔ คือวันสุดท้ายที่เธอจดบันทึก เรื่องราวลงในไดอะรีบันลือโลก ๓ วันหลังจากนั้น พวกเธอถูกจับได้ และถูกส่งไปค่ายกักกัน โดยในเดือนก.ย. ๑๙๔๔ แอนน์และครอบครัวถูกส่งไปยังค่ายกักกันเอาส์ชวิตซ์ ในโปแลนด์ พอปลายปี ๑๙๔๔ เมื่อรัสเซียสามารถปลดปล่อยโปแลนด์ได้ แต่แอนน์กับพี่สาวของเธอ มาร์โกต์ ก็ถูกส่งไปค่ายกักกันแบร์เงนเบลเซนในเยอรมนี ทั้งคู่ติดเชื้อไข้รากสาดและเสียชีวิตต้นเดือน มี.ค. ๑๙๔๕ ค่ายกักกันดังกล่า

Applications

Browse Applications

Rockyou Pets
Adopt a pet! Pet it, take care of it, pimp it out with all sorts of cute and cool accessories.

Poker Palace
Casino-style Texas hold 'em poker. It's the real deal!

 

Widgets

 

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins    View all

IMP่่่อะอิ้มน้อยน้อย has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for IMP่่่อะอิ้มน้อยน้อย

Dec 24 8:01 PM
 
*  . '  + :..: +     '  *
.   *  ☆☆☆ * Merry '  .
  *  '  +:+ .:. +:+Christmas
'    ' ☆☆☆☆☆   * '  
 * * +: :+@+@+: :+    '  *
* .  .☆☆☆☆☆☆☆ * ' * .
  .  +:..:+&+: :+&+:..:+
 * . ☆☆☆☆☆☆☆☆☆ * '   *
' .  +: :+♡+: :+ § +:+♡+: :+
. * ☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆☆  ' *
   .+:..:+♡+:..:+ @ +:..:+♡+:..:+
 .     . ▨   ' ' *?.
 
Dec 24 4:13 AM
 
อิ้มเราอกหักแล้วแหละTT
 
 
 
Dec 9 10:31 PM
 
หวาดดีจร้า

ทักทายๆ

เช่อไรหรอ

^__________^
 
Dec 5 7:18 PM
 
เหอๆ

ก็ไม่ค่อยได้ เล้น อ่ะ

หุหุ
 
Dec 5 9:19 AM
 
ไม่ต้อง ซื้อหรอก เทออ

เหอๆ

--
 
 
Dec 4 11:40 PM
 
อยู่วัดทำตัวดีๆเด้ออ

^ ^
 
Dec 4 6:25 AM
 
อ่ะอิ้ม เตรียมไปวัดยังจ้ะ



ทำจิตใจให้สดชื่นก่อนเข้าวัดเด้อ. ^ ^
 
Nov 29 3:29 AM
 
เธอมาเม้นให้ชั้น

ทุกวันเลย
 
Nov 29 1:23 AM
 
พี่ว่างั้นแหละ

555+

เดียวจะไปเอากะมัน!
 
Nov 28 7:49 PM
 
อยู่ไหน


ไหนบอก ว่า ไป ทำงาน


จะบอก แม่


^^
 
 
Nov 28 9:05 AM
 
นอนดึกอะ

ทำไรอยู่หรออ
 
 
Nov 27 9:42 AM
 
อยู่แล้วววว

สูงอยู่แล้ว

ฝานดีเด้ออ น้อง ^^
 
 
 

Title
body
 

Purchase additional coins

You need an additional: hi5 Coins hi5 Coins

Get Coins No Thanks